ReadyPlanet.com
dot
dot

dot


ข่าวสารสภาการแพทย์แผนไทย
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์
ประชาสัมพันธ์ รู้ทันเรื่องมะเร็ง กับคู่มือวิชาการโรคมะเร็งและผลงานวิชาการ ศูนย์มะเร็งลพบุรี
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
เที่ยวจังหวัดลพบุรี  "เที่ยวเมืองไทย ใกล้กรุงเทพ"
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
helthbe1st.comเฮลธ์บีเฟิร์สท ,จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ,ยาฆ่าพยาธิ,สมุนไพร,ฟ้าทะลายโจร,มะระขี้นก,เพชรสังฆาต,มะรุม,กวาวเครือแดง,กวาวเครือขาว,เห็ดหลินจือแคปซูล,การ์ซีเนีย,เถาเอ็นอ่อน,อาหารเสริม ของMEGA,โอกามิกซ์,หรือวิตามินซีวิสทร้าอะเซโรลาเชอรี


"อังกาบ" ต้อยติ่ง ประโยชน์เลอค่าทั้งต้นใช้เป็นยาขับปัสสาวะ, เบาหวาน, ลดไข้, ยาแก้ปวด ลดการปวด - เสียว, ดับร้อนในกระหายน้ำและใช้ล้างพิษ รวมถึงช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยสดชื่นและฟื้นฟูสมรรถนะชายหญิง อย่ามองข้ามว่าเป็นเพียง แค่วัชพืช article

       ต้อยติ่ง   :ชื่ออื่นที่เรียกเช่น อังกาบฝรั่ง, เป๊าะแป๊ะ, minnieroot, popping pod, cracker plant เป็นต้น Ruellia tuberoa L. Acanthaceae  ในราก Minnie สมุนไพรพืชเมืองร้อนกระจายอย่างกว้างขวางในเอเชียตะวันออกเฉียง

   
       

        ชื่อสามัญ : Waterkanon, Watrakanu,Minnieroot, Iron root, Feverroot,Popping pod, Trai-no,Toi ting
       ชื่อวิทยาศาสตร์ :Ruellia tuberosa Linn.
      วงศ์ : Acanthaceae
      ถิ่นกำเนิด : ทั่วไป
       ลักษณะพฤษศาสตร์ :พืชล้มลุกมีอายุยืน ลำต้นสูงประมาณ 25 - 50 ซม. ใบเดี่ยวรูปรีและไข่กลับ การเกาะติดของใบบนกิ่งเป็นคู่สลับ ดอกออกที่ซอกใบบริเวณปลายยอด ดอกสีม่วงน้ำเงิน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 - 5 ซม. ผลเป็นฝัก เมื่อแก่สีน้ำตาลเข้มยาว 2 - 3 ซม. แห้งแล้วแตกเป็น 2 ซีก เมล็ดกลมแบนมีจำนวนมาก
       สรรพคุณด้านสมุนไพร :
       ราก พองเป็นหัวสะสมอาหาร ปลายเรียวแหลมยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 ซม. ยาวประมาณ 5 - 10 ซม.
       ต้อยติ่ง เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ Acanthaceae เติบโตได้ดีทั้งกลางแจ้งและในร่ม ต้นเจริญเต็มที่สูง 6 นิ้ว ใบกลมรี ตาแตกยอดได้สี่ข้าง ออกดอกสีม่วงนํ้าเงินเฉพาะตอนฤดูฝน เมื่อผสมเกสรแล้วจะให้ เมล็ด 7-8  เมล็ดอยู่ในฝัก เมื่อฝักแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำ พอฝักโดนน้ำ (โดยธรรมชาติคือน้ำฝน) ก็จะแตกออกทำให้เมล็ดกระเด็นไปตกที่อื่น ซึ่งเป็นเทคนิคของการขยายพันธุ์ (เด็ก ๆ ชอบเล่นโดยนำฝักแก่ใส่ลงในน้ำให้แตก) 
          มีการใช้ในยาแผนโบราณของสาธารณรัฐซูรินาเม (Republic of Suriname) หรือ ซูรินาเม (Suriname) สุรินัม (Surinam) และ สรานัง (Sranang) เดิมรู้จักกันในชื่อ เนเธอร์แลนด์เกียนา และ ดัตช์เกียนา) ได้ถูกใช้เป็น anthelmintic (ใช้ฆ่าหรือขับพยาธิ) กับการปวดข้อและกล้ามเนื้อตึงตัว; โรคกระเพาะปัสสาวะ ทั้งยังใช้เป็น abortifacient เมล็ด ใช้พอกห้ามเลือด ผื่นคัน

 ในใบมี  คลอโรฟิลล์  ซึ่งมีคุณสมบัติ สร้างเลือดสร้างเซลล์  ดับกลิ่นตัวกลิ่นปาก กลิ่นเท้า ล้างพิษ ต้านการเสื่อมถอย  ชะลอวัย และ apigenin(เป็นสารฟลาโวนอยต์ ที่ชื่อ apigenin  ต้านไวรัสได้ 18 ชนิด ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรังไข่ได้ 28 เปอร์เซ็นต์ ปกติ จะพบในขึ้นฉ่ายฝรั่ง  พาร์สลีย์ ไวน์แดง ซาคาโมมายล์ และซอสมะเขือเทศ ซึ่งมีสายฟลาโวนอยต์ ที่ชื่อ apigenin (ที่มา
http://comvariety.com/tag/apigenin)
 และในขณะที่เมล็ดต้อยติ่งมี  luteolin ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม flavonoids มีฤทธิ์ต้านภูมิแพ้ (anti-allergy) และต้านการอักเสบ น้ำมัน myristic กรดไมริสติก (Myristic acid) เป็นกรดไขมัน (fatty acid) ชนิดกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acid) มีจำนวนคาร์บอนเท่ากับ 14 (C 14: 0)  กรดไมริสติก มีชื่อทางเคมีว่า Tetradecanoic acid ที่มาhttp://www.foodnetworksolution.com/vocab/word/1646
          สารสำคัญกรดลอริค  (Lauris acid) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่พบในน้ำนมแม่   เป็นกรดไขมันสายปานกลาง  (medium chain faity acid)  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย   มีแร่ธาตุและสารอาหารในปริมาณสูง    ที่ให้ความชุ่มชื้นและช่วยต้านอนุมูลอิสระ   ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส  เชื้อแบคทีเรีย  และเชื้อโปรโตซัว  รวมทั้งมีคุณสมบัติในการเสริมสุขภาพและความงาม )และมีกรด caprilล กรดคาปริคที่มีอยู่ ในเมล็ดต้อยติ่ง ก็ช่วยเสริมประสิทธิภาพของกรดลอริค
          กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated fat) คือ ไขมันที่เป็นไขมันเต็มตัว คือ ธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจนจับกันเป็นลูกโซ่โดย สมบูรณ์ และไม่มีช่องว่างเหลือที่จะทำปฏิกิริยากับสารใด ๆ ในร่างกาย พบมากในพวกไขมันสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว และไขมันจากกะทิ มะพร้าว เนย และไข่แดงกรดไขมันส่วนมากมีจำนวน C อะตอม C12 - C18 ชนิดที่มีจำนวน C อะตอมน้อยกว่า 12 ได้แก่ กรดบิวทาโนอิก C3H7COOH ที่พบในเนย กรดไขมันไม่ละลายน้ำ กรดไขมันจะมีจุดเดือดและจุด หลอมเหลวสูงขึ้นตามจำนวนคาร์บอนอะตอมที่เพิ่มขึ้น และกรดไขมันอิ่มตัวมีจุดเดือดสูงกว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่มีมวลโมเลกุลใกล้เคียงกัน ถ้าเป็นกรดไขมันอิ่มตัวมาก จะเป็นไขมัน เช่น กรดลอริก (C12) กรดไมริสติก (C14) กรดปาล์มิติก (C16) กรดสเตียริก (C18)
         กรดไขมันอิ่มตัว คือกรดไขมันที่ไม่มีพันธะคู่ (double bond) หรือ หมู่ฟังก์ชัน (functional group) อื่นๆ ตามสายโซ่เลย คำว่าอิ่มตัวหมายถึง ไฮโดรเจนในที่ซึ่งคาร์บอน (ที่เป็นส่วนของคาร์บอกซิลิก แอซิด-COOHกรุ๊ป) มีไฮโดรเจนเกาะอยู่มากที่สุดที่จะเป็นไปได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือที่ปลายโอเมก้าจะมี 3 ไฮโดรเจน (CH3-) และแต่ละคาร์บอนในสายโซ่จะมี 2 ไฮโดรเจน (-CH2-)
        [ตัวอย่างกรดไขมันอิ่มตัว]
         •กรดบิวทิริก: CH3(CH2)2COOH
        •กรดลอริก (dodecanoic acid) : CH3(CH2)10COOH
        •กรดไมริสติก (tetradecanoic acid) : CH3(CH2)12COOH
        •กรดปาลมิติก (hexadecanoic acid) : CH3(CH2)14COOH
         •กรดสเตียริก (octadecanoic acid) : CH3(CH2)16COOH
         •กรดอะราชิดิก (eicosanoic acid) : CH3(CH2)18COOH
          Pharmacognostic และการศึกษาพฤกษเคมีเบื้องต้นเกี่ยวกับ Ruellia tuberosa L. (ทั้งต้น) 
          ส่วนใบของต้อยติ่งสามารถใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ หรือใช้พอกแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ แต่ต้อยติ่งมักจะถูกถอนทิ้งเพราะคนคิดว่าเป็นวัชพืช
          รากถูกนำมาใช้กับโรคไตและโรคไอกรน  ล้างพิษในเลือด (Infusion)ที่ใช้สำหรับการทำความสะอาดเลือดหรือแม้แต่เป็นยาขับเลือด ถ้าใช้ในปริมาณที่เจือจางก็สามารถกำจัด สารพิษในเลือด  ทำให้อาเจียน ใช้ดับพิษ และการบรรเทาอาการสารพิษตกค้างในปัสสาวะ
          การใช้ในยาพื้นบ้าน ทั้งต้นใช้เป็นยาขับปัสสาวะ, เบาหวาน, ลดไข้, ยาแก้ปวด  ลดการปวด - เสียว, ดับร้อนในกระหายน้ำและใช้ล้างพิษ (antidotal )
          ในประเทศไต้หวันพบว่า มีการใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่มสมุนไพรแต่ไม่มีรายงาน pharmacognostic เกี่ยวกับพืชชนิดนี้
              ในประเทศไทย ปรากฏมีการใช้อยู๋ใน ตำราโอสถพระนารายณ์ ฉบับแผนโบราณ ของสมเด็จพระบรมวงศเธอ กรมพระยาปวเรศวริยากรณ์ในสารบานยาเตรตต่าง ๆ เล่ม ๕ เวชศาสตร์ วัณ์ณนา
              หน้า  ๙๕๑ ยาแก้ อุปทม  ขนานหนึ่ง  เอา ขิง ๓ ส่วน ใบอังกาบ ใบเสนียด สิ่งละ ๔  ต้มกินแก้อุปทม หายดีแล 
              หน้า ๙๕๓   ยาแก้มุตกิจขนานหนึ่ง เอาแห้วหมู ลำพัน เทียนดำ เปราะ รากมะตูม หว้านนางคำ หว้านสากเหล็ก ต้นอังกาบ โกฏพุงปลา ดีปลี ลูกเอ็น ยางงิ้ว การะบูน สารส้ม เสมอภาคทำเป็นจุณ ละลายน้ำผึ้งกิน แก้มุตกิต หายดีแล
ตำรายา ศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) พระนคร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จารึกไว้เมื่อ  พ.ศ. ๒๓๗๔  ฉบับสมบูรณ์
             ศาลา ๗ เสา ๖ แผ่น ๑ (หน้า๕๒)
ปุนะจะปะรัง ลำดับนี้จะกล่าวด้วย