ReadyPlanet.com
dot
dot

dot


ข่าวสารสภาการแพทย์แผนไทย
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์
ประชาสัมพันธ์ รู้ทันเรื่องมะเร็ง กับคู่มือวิชาการโรคมะเร็งและผลงานวิชาการ ศูนย์มะเร็งลพบุรี
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
เที่ยวจังหวัดลพบุรี  "เที่ยวเมืองไทย ใกล้กรุงเทพ"
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
helthbe1st.comเฮลธ์บีเฟิร์สท ,จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ,ยาฆ่าพยาธิ,สมุนไพร,ฟ้าทะลายโจร,มะระขี้นก,เพชรสังฆาต,มะรุม,กวาวเครือแดง,กวาวเครือขาว,เห็ดหลินจือแคปซูล,การ์ซีเนีย,เถาเอ็นอ่อน,อาหารเสริม ของMEGA,โอกามิกซ์,หรือวิตามินซีวิสทร้าอะเซโรลาเชอรี


การใช้สาหร่ายสไปรูลินา "สาหร่ายเกลียวทอง" "สาหร่ายเกลียวทองของแมกซ์ไลฟ์ " ในการฟื้นฟูสุขภาพ ต้านโรค article

 ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Spirulina (สไปรูลินา)หรือสาหร่ายเกลียวทองหรือ เป็นอาหารเสริมที่มีคุณค่าที่ได้ผ่านการทดลองอย่างดีในด้านการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จากประเทศญี่ปุ่นทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติที่มนุษย์ใช้เป็นอาหารได้อย่างปลอดภัย
 สาหร่ายสไปรูลินาหรือสาหร่ายเกลียวทองเป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าองค์การอาหารและยาจัดให้เป็นผักชนิดหนึ่งโดยองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือปริมาณโปรตีนกว่า 60% ของน้ำหนักแห้งโดยเฉลี่ยสูงกว่าโปรตีนที่มีในเนื้อวัวหรือไข่ถึง 3 เท่ามีกรดอะมิโนที่จัดเรียงกันอย่างได้สัดส่วนสมดุลถึง 18 ตัวมีวิตามินที่มีคุณค่าเช่น B1, B2, B3, B12 วิตามิน C, วิตามิน E และเบต้าแคโรทีนซึ่งมีอยู่ประมาณ 20-26 เท่าของที่มีอยู่ในแครอทเป็น * กรดไขมันแกมมาไลเลนิค (GLA) ซึ่งสามารถลดคอเลสเตอรอลได้ถึง 170 เท่ากรดแหล่งของไขมันไลโนลิคที่มีอยู่ในน้ำมันพืชมีวิตามินเกลือแร่ที่สามารถซึมซับเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วเป็น 4 - 5 เท่าของแหล่งที่ได้จากสัตว์เช่นเนื้อไข่หรือเนยแข็งสาหร่ายเกลียวทอง หรือ Spirulina (สไปลูไรน่า)  ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารร่างกายที่ให้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสมในการเสริมสุขภาพที่ครบถ้วนและเหมาะสมต่อร่างกาย สาหร่ายเกลียวทองเป็นอาหารพิเศษที่ประกอบด้วยเนื้อโปรตีนแท้ๆนอกจากนี้ยังประกอบด้วยคลอโรฟิลล์และไฟโคไซยานินจำนวนมากมีโปรวิตามินซึ่งเป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของสาหร่ายเกลียวทองจะเห็นว่าสาหร่ายเกลียวทอง หรือ Spirulina (สไปลูไรน่า) 1 มีสีเขียวแกมน้ำเงินและรวมไปถึงทั้งกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการดูตารางเปรียบเทียบสาหร่ายเกลียวทอง (แห้ง) เปรียบเทียบปริมาณโปรตีนและสารต่างๆ ที่ได้จากสายกลายเกลียวทอง
โปรตีน
 1. เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานโปรตีนเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานได้โปรตีน 1 กรัมให้พลังงานเท่ากับคาร์โบไฮเดรต 1 กรัมคือ 4.1 กิโลแคลอรี
 2. ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของร่างกายและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆที่สึกหรอในร่างกายคนจะมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ 1 ใน 7 ของน้ำหนักตัว
 3. ช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโตโดยร่างกายนำเอาโปรตีนไปใช้ในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
 4. ช่วยให้เกิดความสมดุลในร่างกายคือจะควบคุมการเข้าออกของน้ำภายในเซลล์
 5. ช่วยกระตุ้นกระบวนการต่างๆในร่างกายเช่นย่อยอาหารทำให้อวัยวะทำงานได้
 6. ช่วยสร้างภูมิต้านทาน (แอนติบอดี) ให้กับร่างกายและทำลายพิษต่างๆในร่างกาย
เอวิตามิน (เรตินอล) เป็นส่วนประกอบสำคัญกระจกตาของและยังมีผลต่อการเจริญเติบโตการสร้างกระดูกและระบบสืบพันธ์นอกจากนี้ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหารระบบทางเดินหายใจและระบบขับปัสสาวะทำให้ผิวแคระตินและผมแข็งแรง Beta (หรือโปรวิตามิน A) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินในร่างกายเบต้าแคโรตินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสามารถชะลอความแก่ได้
 วิตามินบี 1 (ไทอะมิน) - ช่วยในการเผาผลาญอาหารจำพวกแป้งทำให้ความจำดีขึ้นบำรุงประสาทช่วยลดความอยากน้ำตาล
 วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) - เพิ่มระดับพลังงานรักษาสุขภาพผิวรักษาสุขภาพและเล็บบรรเทาตระคริวขณะตั้งครรภ์
 โพเลต / กรดโฟลิก - ป้องกันความพิการของทารกในครรภ์ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจรักษาโรคโลหิตจาง
 วิตามินอี - ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง
 วิตามินซี - วิตามินซีจะมี collagen ส่วนในการสร้างซึ่งทำให้ผิวหนังแข็งแรงเมื่อเกิดแผลจะหายเร็วหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อโดยเฉพาะไข้หวัดช่วยการเจริญเติบโตของกระดูกฟันเหงือกช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กและยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ Antioxidant เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อหลอดเลือดเม็ดเลือดกระดูกอาการขาดวิตามินผู้ป่วยจะเหงือกบวมแดงเลือดออกตามไรฟันเลวผิวหนังจะมีจ้ำเลือดถ้าขาดวิตามินมากจะทำให้เกิดโลหิตจางเนื่องจากการดูดซึมธาตุเหล็กทำให้ช่วยลดอาการปวดตามข้อลงได้
สาหร่ายเกลียวทองหรือ Spirulina (สไปลูไรน่า) มีกรดอะมิโนทั้ง 18 ชนิดที่ดังนี้ร่างกายต้องการ:
 1. ไอโซลิวซีนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการเรียนรู้ (IQ)
 2. ลิวซีนกระตุ้นการทำงานของสมองเพิ่มกำลังให้กล้ามเนื้อช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้น
 3. ไลซีนทำให้ระบบเส้นเลือดแดงแข็งแรงควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์
 4. เมไทโอนีนบำรุงรักษาตับต้านความเครียดทำให้ประสาทผ่อนคลาย
 5. เฟนนิลอะลานีนใช้สร้างไทรอกซินกระตุ้นกอัตราการย่อยและสลายอาหารเพื่อเป็นพลังงาน
 6. ทรีโอนีนทำให้ลำไส้ทำงานดีขึ้นเพิ่มการดูดซึม
 7. แวลีช่วยกระตุ้นความจำ
 8. อะลานีนทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง
 9. แอสพาร์ติกช่วยเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล
 10. อาร์จินีนเป็นส่วนประกอบของน้ำเชื้อเพศชายและช่วยในการกำจัดสารพิษ
 11. ทริพโตเฟนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินบีจิตใจเยือกเย็นสงบ
 12. กลูตามิกนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์สมองช่วยลดพิษอัลกอฮอล์และช่วยทำให้มีสติ
 13. อีสติตีนช่วยให้การส่งผ่านความรู้สึกของระบบประสาทดีขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องหู
 14. ซีลีนช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มรอบเส้นประสาทเพื่อป้องกันอันตรายในเส้นประสาท
 15. ซีสทีนบำรุงตับอ่อนช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
 16. โปรตีนเป็นสารต้นตอของกลูตามิกแอซิด
 17. กลัยซีนเพิ่มพลังงานและการใช้ออกซิเจนของเซลล์
 18. ไทโรซีนชะลอความแก่ของเซลล์
 บุคคลที่ควรบริโภค
 1. บุคคลที่อยู่ในวัยเจริญเติบโตและบำรุงสมอง
 2. บำรุงร่างกายให้แข็งแรงในผู้สูงอายุและบุคคลทั่วไป
 3. สตรีมีครรภ์และหลังคลอด
 4. ผู้ป่วยในระยะพักฟื้นและหลังผ่าตัด
 5. บุคคลที่ทำงานหนักเครียดอ่อนเพลียเบื่ออาหารนอนไม่หลับ
 6. ท่านที่ต้องการลดน้ำหนัก (ก่อนอาหาร 30 นาที)
 7. ท่านที่รับประทานอาหารเจมังสวิรัติ
 8. ประเภทนักกีฬาทุก
 9. ท่านสุราที่ดื่ม (ทำให้ไม่เมาค้าง)
 10. ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนและมีประจำเดือน
 11. ท่านที่ต้องการบำรุงสมรรถภาพทางเพศ
 12. ท่านที่มีปัญหาผมร่วงต้องการให้เส้นผมแข็งแรง
 13. ท่านที่ไม่รับประทานอาหารเช้า
 14. ท่านที่ต้องการให้ร่างการได้รับสารอาหารครบ
การรับประทานร่วมในการรักษาโรค
 1. โรคเบาหวาน
 2. ความดันโลหิตสูงโรค
 3. โรคโลหิตจาง
 4. โรคตับอักเสบ, ตับแข็ง, ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง, ไวรัสลงตับ
 5. อาหารโรคกระเพาะ
 6. โรคต้อหิน, ต้อกระจก
 7. โรคเครียด
 8. ภูมิแพ้และระบบภูมิคุ้มกันโรค
 9. ลดครอเรสเตอรอลในเลือด
 10.โรคมะเร็ง
 11.โรคผู้สูงอายุ
 ข้อแนะนำสำหรับการรับประทาน: รับประทานสไปรูลินาหรือสาหร่ายเกลียวทอง  4-8 เม็ดปริมาณ / วัน (3 เวลา) รับประทานก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมงพร้อมกับน้ำ 1 แก้วโดยสามารถบรรเทาความหิวหรือหากท่านมีน้ำหนักตัวปกติก็สามารถทานพร้อมกับมื้ออาหารได้

"ควรรับประทานสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์ ,GD-1ในปริมาณเท่าไร
ในครั้งแรก"

ในช่วง 2-3 วันแรก ควรเริ่มจาก 2 เม็ดหรือ 2 แคปซูลก่อน ซึ่งท่าน สามารถรับประทานก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง พร้อมกับน้ำ 1 แก้ว เพื่อบรรเทาความหิว หรือหากท่านมีน้ำหนักตัวปกติก็สามารถทานพร้อมกับมื้ออาหาร ได้ ขั้นต่อมา เมื่อร่างกายของท่าน สามารถปรับตัวเพื่อรับสารอาหารจากสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์ ,GD-1 แล้ว ก็สามารถเพิ่มปริมาณเป็น 3-4 เม็ด หรือแคปซูลได้ โดยรับประทานวันละ 3 เวลา หลังจากนั้น ท่านสามารถตรวจสอบความต้องการของตัวเองได้ว่า ร่างกายต้องการมากน้อยแค่ไหน หรือ รับประทานตามคำแนะนำของแพทย์

   ควรเลือกรับประทานแบบเม็ด หรือแคปซูล"
   ถ้าคำนึงถึงเรื่องราคา ชนิดเม็ด จะราคาถูกกว่าแบบแคปซูลเมื่อเปรียบเทียบต่อกรัม แต่หากคำนึงเรื่องการใช้ แบบแคปซูลสามารถดูดซึมได้ดีกว่า ทันทีที่เปลือกแคปซูลละลาย ซึ่งถ้าเป็นแบบเม็ด จะถูกย่อยที่กระเพาะ และสำหรับผู้ที่รับประทานเจหรือมังสวิรัต ก็ให้เลือกแบบเม็ด เนื่องจากเปลือกของแคปซูลทำจากเจลาติน ซึ่งสกัดจากสัตว์ 
   เลือกรับประทานตามความเหมาะสมของท่านได้ เพราะไม่ว่าท่านจะเลือกรับประทานแบบใด ก็สามารถรับคุณประโยชน์จากสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์,GD-1 , มากที่สุดเช่นกัน

"ระบบในการเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์,GD-1 มีระบบอะไรบ้าง "
   ระบบที่ใช้เพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง เพื่อการพาณิชย์นั้น มีเพียงระบบเดียว คือ การเลี้ยงในบ่อกลางแจ้ง โดยให้ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรง หรือที่เรียกว่า ระบบเปิด นั่นเอง ส่วนระบบปิด เป็นระบบที่ใช้เพาะเลี้ยงเชื้อในห้องปฏิบัติการ มีการควบคุมอุณหภูมิ แสง ค่าความเป็นกรด-ด่าง ฯลฯ โดยจะเลี้ยงในหลอดแก้ว ฉะนั้น การปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมจึงน้อยมาก
สำหรับการเพาะเลี้ยง สาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์,GD-1,บุญสมฟาร์ม,เฮอร์บาเล่ และในชื่ออื่น ๆ ของบริษัท กรีนไดมอนด์ จำกัด ที่ตั้งอยู่ที่ บุญสมฟาร์ม อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการเพาะเลี้ยงทั้ง 2 ระบบ โดยใช้ระบบปิดในหลอดทดลอง และบ่ออนุบาล เมื่อสาหร่ายเจริญเติบโตแข็งแรงแล้ว ก็ย้ายไประบบเปิด คือ เพาะเลี้ยงในบ่อกลางแจ้งเพื่อรับแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ บริษัทฯ ได้พัฒนาให้หลังคาของบ่อเพาะเลี้ยงสามารถเคลื่อนย้ายปิด-เปิดได้ เพราะหากเปิดไว้ตลอดเวลา เมื่อฝนตก จะทำให้มีสิ่งเจือปนลงไปในบ่อเพาะเลี้ยงได้ นอกจากนี้ การคลุมหลังคาตลอดเวลา ทำให้ความเข้มของแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบน้อยลง ทำให้ความเข้มของแสงอาทิตย์น้อยลง เป็นผลให้สาหร่ายไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้เต็มที่ คุณภาพสาหร่ายที่ได้ก็ลดลงตามไปด้วย

"กินสาหร่ายแล้วทำไมท้องผูก ทั้งๆ ที่น่าจะขับถ่ายได้ดีขึ้น "
   อันที่จริงแล้ว การรับประทานสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์,GD-1จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจาก ในสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์ ,GD-1 มีคลอโรฟิลล์สูง ซึ่งจะทำให้ลำไส้บีบรัดตัวได้ดีขึ้น และช่วยให้ร่างกายสามารถขับของเสียที่ติดค้างอยู่ในลำไส้ได้ดียิ่งขึ้น สังเกตได้จากผู้ที่เพิ่งเริ่มรับประทาน สาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์,GD-1 จะถ่ายบ่อยครั้งขึ้นในช่วงแรก สำหรับบางท่านที่รับประทานสาหร่ายแล้วมีอาการท้องผูก สาเหตุอาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อยจนเกินไป เนื่องจากในสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์ ,GD-1 จะทำให้ความเข้มข้นของสารอาหารในกระแสเลือดค่อนข้างสูง ร่างกายจึงดูดซับน้ำจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลในกระแสเลือด ดังนั้น สำหรับท่านที่เกิดอาการท้องผูก จึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม

"ทำไมต้องทานสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์,GD-1"
ผู้คนมักไม่รู้ว่า อาหารที่รับประทานในแต่ละวันตัว มีสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่ จึงเป็นที่มาของอาหารเสริมประเภทต่างๆ แต่ก็มักจะไม่ครบถ้วน หรือไม่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการ ต่างจากสาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์,GD-1 ที่เป็นอาหารเสริมมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม สาหร่ายเกลียวทอง แม็กซไลฟ์,GD-1 จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการเลือกอาหารเสริมสุขภาพ ที่ครบถ้วนและเหมาะสมต่อร่างกาย

"สาหร่ายเกลียวทองคืออะไร "
สาหร่ายเกลียวทอง เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำพวกโพรคาริโอท (prokaryotes) ซึ่งยังไม่มีนิวเคลียสที่แท้จริง
การจัดหมวดหมู่ทางอนุกรมวิธานมีดังนี้

Phylum Cyanophyta >> Class Cyanophyceae >> Order Oscillatoriale >>Family Oscillatoriaceae >> Genus Spirulina

สาหร่ายเกลียวทองที่ค้นพบแล้วมีประมาณ 30 ชนิด (species) ชนิดที่มีรายงานการทดลองและใช้ประโยชน์มากที่สุดคือ S. platensis และ S. maxima







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

healthbe1st.com
Visitbhesaj , Bonmueng Road ,Thahin ,Aumphurmueng
Lopburi ,15000 ,Thailand
Tel. 08-1627-9986 , โทรสาร.03-668-1504
Email: annoppb@gmail.com
Website; http://www.healthbe1st.com