ReadyPlanet.com
dot
dot

dot


ข่าวสารสภาการแพทย์แผนไทย
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์
ประชาสัมพันธ์ รู้ทันเรื่องมะเร็ง กับคู่มือวิชาการโรคมะเร็งและผลงานวิชาการ ศูนย์มะเร็งลพบุรี
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
เที่ยวจังหวัดลพบุรี  "เที่ยวเมืองไทย ใกล้กรุงเทพ"
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
helthbe1st.comเฮลธ์บีเฟิร์สท ,จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ,ยาฆ่าพยาธิ,สมุนไพร,ฟ้าทะลายโจร,มะระขี้นก,เพชรสังฆาต,มะรุม,กวาวเครือแดง,กวาวเครือขาว,เห็ดหลินจือแคปซูล,การ์ซีเนีย,เถาเอ็นอ่อน,อาหารเสริม ของMEGA,โอกามิกซ์,หรือวิตามินซีวิสทร้าอะเซโรลาเชอรี


การใช้นำมันมะพร้าวในการดูแลสุขภาพ ต้านโรค article

   

         จากประวัติอันยาวนานของการใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรค  ตามตำราอายุรเวท ของอินเดีย ได้มีการใช้นำมันมะพร้าวเป็นยารักษาโรคมากว่า 4,000 ปี ในประเทศจีน ได้มีการใช้น้ำมันมะพร้าวในตำรายาจีนมากกว่า 2,000 ปี ในการรักษาโรคถึง  69 โรคและในประเทศแถบ ทวีปอเมริกากลางและแอฟริกาตะวันออก ได้ใช้น้ำมันมะพร้าวดื่มครั้งละแก้ว เพื่อรักษาโรคต่าง ๆ และชาวฟิลิปปิน ก็ได้ใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นยาโดยใช้ทั้งกินและทามายาวนาน ส่วนคนไทยก็ได้ใช้น้ำมันมะพร้าวในตำราพทย์แผนไทย ชื่อโอสถพระนารายณ์ มาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลาง 
          น้ำมันมะพร้าวเคยถูกอุตสาหกรรมน้ำมันถั่วเหลือง โจมตีว่า น้ำมันอิ่มตัวบางประเภท (เช่น น้ำมันจากสัตว์ และน้ำมันมะพร้าวที่ถูกเติมไฮโดรเจน)   ไปเพิ่มปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โดยถือโอกาสสรุปว่า “น้ำมันอิ่มตัวทั้งหมดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ” ให้หันไปบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัว (unsaturated oils)โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลืองแต่ผลลัพธ์ต่อมาไม่นานก็คือ ผู้บริโภคน้ำมันถั่วเหลืองมีน้ำหนักตัวเพิ่มและเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน เพราะน้ำมันถั่วเหลืองเมื่อใช้ความร้อนสูง จะถูกเติมไฮโดรเจน (Hydrogenated oil) แล้วเปลี่ยนเป็นกรดไขมันชนิดทรานส์ (Trans fatty acid หรือ Trans Fats)  ที่เป็นอันตราย     ไปเพิ่มโคเลสเตอรอลและเกิดสารก่อมะเร็ง ยิ่งไปกว่านั้นน้ำมันถั่วเหลืองซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ขนาดโมเลกุลยาว (Long chain fatty acid) ไม่เปลี่ยนเป็นพลังงานเมื่อบริโภคเข้าร่างกาย แต่กลับเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม เกิดโรคอ้วน
           ส่วนน้ำมันมะพร้าวนั้น เป็นกรดไขมันอิ่มตัวสายโมเล- กุล ยาวปานกลาง (Medium chain fatty acid–MCFA คือ 8 –12 คาร์บอนอะตอม) ไม่เกิด Trans Fats เมื่อถูกอุณหภูมิสูง กลับเคลื่อนตัวได้รวดเร็วจากกระเพาะสู่ลำไส้ ดูดซึมเข้ากระแสเลือด ตรงไปสู่ตับและถูกใช้เป็นพลังงานในตับโดยเร็ว  และยังทำให้อัตราเผาผลาญของร่างกายยกระดับสูงขึ้นตลอดวัน เพราะทำให้เกิดความร้อนสูง (Thermogenesis) ไปเร่งให้ต่อมไธรอยด์ทำงานเร็วขึ้น คล้าย Hyperthyroidในขณะที่ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน มีผลเกิด Hypothyroid คือ เฉื่อยชา อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกลายเป็นว่าผู้กินน้ำมันมะพร้าว 2 – 3 ช้อนโต๊ะตั้งแต่เช้า ช่วยลดความอ้วนได้ดีเพราะactive(หากไม่บริโภคมากเกินไป)เคยมีการนำน้ำมันมะพร้าวที่ขายไม่ออกไปเลี้ยงหมู ผลคือหมูผอมลงไขมันสายโมเลกุลยาวปานกลาง (Medium chain Triglyceride–MCT)น่าจะเหนือกว่าด้วยทุกประการ
          1. )ในเรื่องของไขมันสัตว์มักเป็นแบบอิ่มตัวสายโมเลกุลยาว ซึ่งไม่เหมาะต่อการนำไปใช้สร้างผนังเซลล์ เพราะจะได้ผนังเซลล์ที่อาหารและออกซิเจนซึมผ่านยาก โดยเฉพาะผนังไมโตคอนเดรียที่เต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัวสายโมเลกุลยาว หรืออาจมาจากไขมันไม่อิ่มตัวสายโมเลกุลยาว แล้วถูกเติมออกซิเจน  อันเป็นที่มาของภาวะดื้ออินซูลิน หรือกลูโคสซึมผ่านไม่ได้นั่นเองทำให้ผู้ที่กินน้ำมันพืชที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันถั่ว น้ำมันงา น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด จำเป็นต้องกินสารต้านอนุมูลอิสระให้มากพอ เพื่อต้านการเกิดออกซิเดชั่นจากอนุมูลอิสระ จนกลายเป็นผนังเซลล์ที่เสื่อมสภาพ หมดสภาพ ไป
น้ำมันมะพร้าวจึงเป็นทางเลือกที่เหนือกว่าน้ำมันพืชทั้งหลายในการปรุงร้อน เช่น ผัด ทอด เพราะอย่างไรเสีย ข้อได้เปรียบของไขมันอิ่มตัวในการไม่ต้องโดนเติมออกซิเจน แปลงเป็นไขมันทรานส์เหมือนไขมันไม่อิ่มตัวทั้งหลาย ก็เป็นสาระสำคัญอยู่
         2.) ในเรื่องของโคเลสเตอรอล ที่น้ำมันมะพร้าวถูกกล่าวหานั้น เป็นชิ้นงานวิจัยจากการให้ผู้ที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำเปลี่ยนเป็นน้ำมันข้าวโพด แล้ววัดค่าโคเลสเตอรอลปรากฏว่า ลดลงจาก 179.6 ? 146.0 mg/dl  และ  LDL ลดลงจาก 131.6 ? 100.3 mg/dl ทำให้ดูเหมือนน้ำมันข้าวโพดดีกว่า แต่พบว่า HDL ก็ลดลงจาก 43.4 ? 25.4 mg/dlแปลว่าอัตราส่วน โคเลสเตอรอลต่อ HDL กรณีบริโภคน้ำมันมะพร้าว คือ 179.6 : 43.4 = 4.14 mg/dl กรณีบริโภคน้ำมันข้าวโพด คือ 146.0 : 25.4 = 5.75 mg/dl ซึ่งงานวิจัยระยะต่อมาสรุปว่าตัวเลขที่ระบุความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่ดีที่สุด ไม่ใช่ค่าโคเลสเตอรอล ต่ำอย่างเดียว แต่เป็นอัตราส่วนของโคเลสเตอรอลรวม ต่อHDL ซึ่งต่ำ จึงจะดี โดยยึดค่าอัตราส่วน เท่ากับ 5.0 ถือว่าปกติ สูงกว่า 5.0 ถือว่ามีความเสี่ยงสูงต่ำกว่า 5.0 ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำเช่น บุคคลผู้หนึ่งมีโคเลสเตอรอลรวม = 180 mg/dl ดูเหมือนต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วไป คือ 200 mg/dl แต่หากมี HDL = 32 mg/dl จะได้อัตราส่วน = 180/32 = 5.6 แสดงถึงความเสี่ยงสูงในขณะที่อีกคนมีค่าโคเลสเตอรอลรวม = 240 mg/dl ดูเหมือนเสี่ยงสูง แต่ ถ้ามี HDL = 50 mg/dl ผล อัตราส่วน = 240/50 = 4.8 กลับแสดงความเสี่ยงต่ำอย่างไรก็ตามก็คงต้องใช้ทางสายกลาง   คือกินพอดี หากมากเกินก็ได้โคเลสเตอรอลล้นเกินทั้งนี้ก็จะเป็นอันตราย
          3.) จาก การกล่าวกันว่าน้ำมันมะพร้าวดีต่อโรคหัวใจ และไม่ใช่สารอุดตันหลอดเลือดนั้น มีการศึกษาพบว่า สารเริ่มต้นของพลักอุดตันหลอดเลือด (plague)  เป็นพวกกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ซึ่งมีการวิเคราะห์ แผ่นไขมันที่เกาะเส้นเลือดพบว่าในอนุพันธ์โคเลสเตอรอล 26% เป็นกรดไขมันอิ่มตัว นอกนั้น (74%) เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 38% และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 36% อีกทั้งกรดไขมันอิ่มตัวที่พบก็ไม่ใช่กรดลอริก และกรดไมริสติก ซึ่งมีอยู่ในน้ำมันมะพร้าวส่วนกรณีที่น้ำมันมะพร้าวเป็นอันตรายต่อโรคหัวใจ นั้น  เป็นเฉพาะเมื่อน้ำมันนั้นถูกเติมไฮโดรเจนมาก่อนผลระบาดวิทยาพบว่าชนชาติที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ มีคนเป็นโรคหัวใจต่ำกว่าชนชาติอื่นๆ แต่เมื่อเปลี่ยนไปใช้น้ำมันพืชอื่นเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ จึงพบผู้ป่วยโรคหัวใจเพิ่มขึ้นแต่ก็มีผู้คัดค้านว่าอาจเป็นจากชีววิถีที่สุขสบายมากขึ้น ออกกำลังน้อยกินมาก เพราะไขมันทั้งหลาย กรัมต่อกรัมล้วนให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่ โดยผ่านกระบวนการสลายไขมันเป็นacetyl COA ที่ตับ ซึ่งหากนำไปใช้สร้างพลังงานไม่หมด ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดวง (ring) คือโคเลสเตอรอล โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวที่ล้นเกิน จะทำให้ตับสร้าง LDL มากกว่าHDL คุณประโยชน์ที่เป็นสาระหลักทั้งหลาย จึงขึ้นกับความพอดีในการบริโภคด้วย
       4.) ในการกินเพื่อลดอ้วน จากการที่ให้พลังงานน้อย (กว่าชนิดสายโมเลกุลยาวเล็กน้อย คือ 8.6 กับ 9 Kcal/g) แต่ไปกระตุ้นต่อมไธรอยด์ให้ทำงานดีขึ้น เร่งอัตราเผาผลาญเกิดความร้อนจึงนำพลังงานที่สะสมออกมาใช้ โดยน้ำหนักเฉลี่ยลดได้ 36 ปอนด์ / ปี หรือ 16.3 กก. / ปี หรือประมาณ 1.4 กก./เดือน โดยใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมมีผู้ทดลองให้ กรดไขมันที่ประกอบด้วยด้วยไตรกลีเซอไรด์สายโซ่ขนาดกลาง Medium Chain Triglycerrides -MCT ก่อนอาหาร 30 นาที ช่วยให้ทานอาหารน้อยลง อธิบายว่า MCTถูกเผาผลาญนำมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการอาหารลดลง MCT เป็นไขมันที่ไม่เกาะตามที่ต่างๆ ของร่างกาย แต่จะถูกเผาผลาญเป็นพลังงานก่อนอย่างไรก็ตามการใช้น้ำมันมะพร้าว น่าจะเป็นวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอัตราเผาผลาญจากการกระตุ้นการทำงานของต่อมไธรอยด์ แต่หากไม่มีการใช้แรงงานอย่างกระฉับกระเฉง หรือได้รับน้ำมันมะพร้าวมากไป ผลก็น่าจะเป็นความอ้วนแทนการลดอ้วน จึงไม่แนะนำให้ดื่มน้ำมันมะพร้าวมากๆ เพื่อลดความอ้วน (สาระแห่งการลดอ้วนคือ ลดแคลอรี่ลงมื้อละ 10% ตามเคล็ด slender faster ซึ่งอ่านรายละเอียดได้ในเอกสารเรื่องอ้วน)
        5.) การสร้างภูมิคุ้มกัน กรดไขมันที่ประกอบด้วยด้วยไตรกลีเซอไรด์สายโซ่ขนาดกลาง Medium Chain Triglycerrides -MCT มีผลต่อการเผาผลาญโปรตีนเสริมภูมิคุ้มกันและช่วยรักษาบาดแผลให้หายเร็วขึ้น
       6.)กรณีไฟลวกกรดไขมันที่ประกอบด้วยด้วยไตรกลีเซอไรด์สายโซ่ขนาดกลาง Medium Chain Triglycerrides -MCT เมื่อใช้ร่วมกับน้ำมันปลา ลดการแยกสลายเนื้อเยื่อและสร้างโปรตีนทดแทนดีขึ้น
       7.) ในวงการแพทย์ก็มองเห็นประโยชน์ของ กรดไขมันที่ประกอบด้วยด้วยไตรกลีเซอไรด์สายโซ่ขนาดกลาง Medium Chain Triglycerrides -MCT จึงมีการสกัด MCTไปผลิตอาหารที่สลายให้พลังงานอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยในการฟื้นตัวของผู้ป่วย
       8.) อาการเบาหวาน โรคเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 (ขาดอินซูลินตั้งแต่เกิด) และชนิดที่ 2 (ดื้ออินซูลิน) ทำให้ต้องเพิ่มการฉีดมากขึ้น แต่กรดไขมันขนาดกลางในน้ำมันมะพร้าวสามารถใช้เป็นอาหารหล่อเลี้ยงเซลล์โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลินพาเข้าสู่เซลล์ (เข้าสู่เซลล์ได้เอง) ทำให้ผู้ป่วยไม่ขาดอาหาร เบาหวานทุเลา
      9.) ในการฆ่าเชื้อโรค    กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าว (มีสูง 48 – 53%) เป็นสารตัวเดียวกับนมน้ำเหลืองมารดา ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น monolaurin ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค เป็นทั้งยาปฏิชีวนะ antivirus ฆ่ารา ยีสต์ และโปรโตซัว (เฉพาะเชื้อโรคชนิดที่มีเกราะหุ้มเซลล์เป็นไขมัน เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่, เริม, คางทูม, ซาร์, เอดส์ ส่วนแบคทีเรียชนิดดี ซึ่งเกราะหุ้มเซลล์มิใช่ไขมัน ไม่ถูกทำลาย) แม้จะมีผู้ค้านว่ากรดไขมันทั้งหลายก็มีความสามารถป้องกันการเจริญของเชื้อจุลชีพ แต่การที่เป็น MCT และมากด้วยกรดลอริค ก็น่าจะเป็นข้อแตกต่างที่เป็นนัยสำคัญ โดยมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ เช่น :-
          – ฆ่าแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะ (H.pylori) โรคลำไส้อักเสบ (Crohn’s – ท้องเสีย ปวดท้อง มีแผลพุพอง อุจจาระปนเลือด) โรคไซนัส, ทางเดินปัสสาวะ, ฟันผุ, ปอดบวม, หนองใน
         –  ฆ่าเชื้อรา ที่ก่อโรคกลาก ฮ่องกงฟุต
         –  ในตำราแพทย์แผนไทย ก็มีการนำน้ำมันมะพร้าวใช้ประโยชน์ทางยา คือ รักษาแผลเรื้อรัง, แผลเป็น, เกลื้อน, แก้ปวดฟัน, น้ำกัดเท้า, อ่อนเพลียเรื้อรัง
         –  ฆ่าเชื้อ ยีสต์ ที่ก่ออาการตกขาวในช่องคลอด ที่ชื่อ Candida albicans
         –  ฆ่าเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่, คางทูม, เริม, หวัดนก hepatitis และแม้กระทั่ง HIV (เอดส์) หากเราบริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ เราจะปลอด    จากอาการหวัดโดยสิ้นเชิงเพราะน้ำมันมะพร้าวสามารถฆ่าไวรัสที่ ยาสมัยใหม่ฆ่าไม่ได้ โดยน้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริกทำการกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว ให้ไปโจมตีไวรัส แล ะทำลายสิ่งแปลกปลอมของร่างกายรวมทั้ง ไวรัสแบคที่เรีย  เซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังช่วยแบ่งเบา ภาระของเม็ดโลหิตขาาว  ในการช่วยต่อสู้กับเชื้อโนคอื่น ๆ เช่นแบคที่เรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตชัว และพยาธิ์ ทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรงและมีจำนวนมากพอที่จะไปทำลายไวรัสแต่ไม่ฆ่าเชื้อที่เป็นประโยชน์ เช่น E.coli หรือ Salmonella enteritidisอีกทั้งไม่มีการดื้อยา และไม่เป็นพิษต่อร่างกาย
          10.) ยังพบว่าน้ำมันมะพร้าวใช้ทาแก้คัน แก้แพ้ที่ไม่พบสาเหตุ หรือเหตุจากสารพิษคั่งค้าง ได้อย่างปลอดภัย โดยทาได้บ่อยๆ จนกว่าสารพิษตกค้าง จะหลุดหรือหมดไปเช่น กรณีบวมคั่งโซเดียม จากการประคบหรือให้น้ำเกลือมากเกินไป
          11.) ได้มีการทดลองให้ Medium Chain Triglycerrides -MCT ในทารกคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมีผลการดูดซึมแคลเซียมและแมกนีเซียมต่ำ MCT ช่วยให้การดูดซึมไขมันเพิ่มขึ้น แม้แต่ภาวะท้องเดิน Medium Chain Triglycerrides -MCT ก็เป็นไขมันที่ดูดซึมได้ดีกว่าไขมันสายโมเลกุลยาว
          12). ในกรณีคนที่ขาดน้ำย่อยตับอ่อน ทำให้ดูดซึมไขมันได้ไม่ดี แต่ดูดซึม  Medium Chain Triglycerrides -MCT ได้
          13). ในกรณีของมะเร็ง มีการทดลองใช้ Medium Chain Triglycerrides -MCT ในสัตว์ทดลองที่เป็นมะเร็ง พบว่าขนาดก้อนมะเร็งลดลง  ผลงานทดลองพบว่า น้ำมันมะพร้าวล้วนๆ มีผลชะงักการเจริญเติบโตของมะเร็งลำไส้ ดีกว่าน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่นน้ำมันข้าวโพด
          14.) ในส่วนน้ำมันมะกอกก็ให้ผลต้านมะเร็งดีเท่าน้ำมันมะพร้าว แต่ก็ยังพบได้ในสัตว์ทดลองที่มีลำไส้เล็กว่าเกิดเนื้องอก 7% ในขณะที่ ไม่พบการเกิดมะเร็งชนิดนี้ในกลุ่มที่เลี้ยงด้วยน้ำมันมะพร้าวยังพบว่าน้ำมันมะพร้าวรักษามะเร็งเม็ดสีผิวหนัง (Melanoma) ให้ทุเลา อีกทั้งมีรายงานถึงผลต้านมะเร็งเต้านมอีกด้วย
          15.) ในการเสริมความงาม แม้จะมีวิตามินอีชนิด Tocopherol น้อยกว่าน้ำมันพืชอื่น แต่กลับมีวิตามินอี ชนิดTocotrienol ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า Tocopherol (ที่ใช้ในเครื่องสำอาง หรือพบในน้ำมันพืชอื่น) ถึง 40 – 60 เท่า แม้จะน้อยกว่าน้ำมันปาล์มและน้ำมันวีทเจิร์ม แต่ก็น่าจะช่วยลดฝ้า กระ ผิวไม่แตกแห้ง ต้านการเหี่ยวย่นได้พอสมควร มีสารปฏิชีวนะฆ่าเชื้อรังแค หนังศีรษะไม่เหี่ยวแห้ง ทำให้เส้นผมมีสุขภาพ ดกดำเงางาม เพียงชโลมเส้นผมด้วยน้ำมันมะพร้าว แล้วใช้มือนวดคลึงเส้นผมให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ หรือล้างออกก็ได้ ถ้าอยากหมักผม เมื่อชโลมผมด้วยน้ำมันมะพร้าว แล้วใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นโพกศีรษะไว้ 30 นาที แล้วจึงสระออก หรือใช้หมวกคลุมผมอาบน้ำ คลุมไว้แล้วเข้านอน ตื่นเช้าค่อยสระออกก็ได้
         16.) น้ำมันมะพร้าวใช้ในการขจัดคราบฟัน   มีผู้แนะนำให้ทดลอง อมน้ำมันมะพร้าวชนิดบริสุทธิ์หีบเย็น กลั้วปากและฟันเป็นเวลา 5 – 10 นาที หลังดื่มกาแฟหรือมื้ออาหารช่วยขจัดคราบดำที่เกาะติดฟัน ช่วยให้ฟันขาวเงางามบางตำรายังกล่าวว่าเป็นการล้างพิษ (Detox) ผ่านเยื่อบุอ่อนของช่องปากได้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลเฉพาะตัว ยังไม่เห็นผลงานวิจัยรับรองที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์…แต่ก็ลองได้ไม่เสียหลาย ! ส่วนปากเปื่อย ปากเป็นแผล ให้อมน้ำมันมะพร้าว นั้นได้ผลดีอยู่แล้ว ทำไมต้อง “หีบเย็น”  หีบเย็นหมายถึงการบีบไม่ถึงกับคั้น โดยไม่ผ่านความร้อน ไม่เติมสารเคมี เหตุเพราะน้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวอยู่ 95% ก็จริง แต่ก็ยังมีอีก 5% ที่เป็นไม่อิ่มตัว เช่น กรดโอเลอิค ลินโนเลอิค ซึ่งถ้าใช้ความร้อนสูงก็อาจถูกเติมออกซิเจน หรือ H บิดตัวเป็นทรานส์ได้ เช่นเดียวกับน้ำมันพืชทั่วไป เพียงแต่ปริมาณน้อยโอกาสเกิดจึงน้อย ดังนั้นการผลิตออกมาโดยไม่ผ่านความร้อนจึงประกันคุณภาพและความปลอดภัยเบื้องต้น
 สรุปข้อดีเด่นของน้ำมันมะพร้าว
        1. น้ำมันมะพร้าวเหมาะใช้ปรุงอาหารโดยเฉพาะชนิดปรุงร้อน ทอด ผัด เมื่อต้องเลือกระหว่างน้ำมันพืชทั่วไป ในแง่ไม่เกิดไขมันทรานส์
        2. กรดไขมันในน้ำมันมะพร้าวที่ประกอบด้วยด้วยไตรกลีเซอไรด์สายโซ่ขนาดกลาง Medium Chain Triglycerrides -MCT  ให้นัยในการสร้างผนังเซลล์และโคเลส-
เตอรอลที่ดี ดีกว่าน้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวสายโมเลกุลยาวทั้งหลาย ถ้าเซลล์ดีผิวก็งามได้ อวัยวะที่สมบูรณ์แข็งแรงนั้น เป็นพื้นฐานที่สำคัญของสุขภาพ 
        3. กรดไขมันในน้ำมันมะพร้าวที่ประกอบด้วยด้วย ไตรกลีเซอไรด์สายโซ่ขนาดกลาง Medium Chain Triglycerrides -MCT  ในน้ำมันมะพร้าวให้พลังงานรวดเร็วกว่าน้ำมันที่สายโมเลกุลยาวทั้งหลาย ดูดซึมเร็วกว่า ดีกว่า มีผลให้ความอยากอาหารลดลง ใช้เป็นแหล่งอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิด ดื้ออินซูลิน ผู้พักฟื้น ตลอดจนบุคคลทั่วไปก็ใช้ดี 
       4. การที่น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริค ที่มีสูงอย่างมีนัยสำคัญในน้ำมันมะพร้าวมีผลต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคสูงกว่าไขมันทั่วไป ใช้รักษาแผลเรื้อรังน้ำกัดเท้า ตกขาวในช่องคลอด โรคกระเพาะ
 22.) จากการที่น้ำมันมะพร้าวไม่เหม็นหืนง่าย มีวิตามินอีชนิด tocotrienol มีสารปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ เหมาะแก่การใช้ใส่ผม ช่วยให้ดูดกดำ ฆ่าเชื้อรังแค แก้คันศีรษะ ช่วยการหายของบาดแผล
       5. น้ำมันมะพร้าวใช้เป็นเชื้อเพลิงในยามไฟดับฉุกเฉินนำมาจุดตะเกียงก็ได้
        ข้อพึงระวัง คือ น้ำมันมะพร้าวที่จะนำมาใช้ต้องบริสุทธิ์และเตรียมโดยไม่ผ่านความร้อน คือ เป็นแบบหีบเย็น (cold pressed virgin coconut oil–VCO) เท่านั้น…ข้อดีที่ชัดเจนคือ ไม่เหม็นหืน อายุการใช้อยู่ได้นานกว่าน้ำมันพืชอื่นใดน้ำมันจะเป็นไขที่ 25 องศา C  แต่ยังใช้ได้ ไม่เสื่อมสภาพ อุ่นก็ละลาย
เอกสารอ้างอิง :
       - น้ำมันมะพร้าว โดยดร.ณรงค์ โฉมเฉลา ตุลาคม 2552   รวบรวมโดย พท.ภ อรรณพ  ผลบุณยรักษ์




สุขภาพดีได้ด้วยการแพทย์แผนไทย

อรรณพนวดไท เพื่อสุขภาพ สถานประกอบการนวด เพื่อสุขภาพ มาตรฐาน สบส
"บุณยรักษ์ยาไทย " ร้านขายยาแผนโบราณ ร่วมสมัยที่จังหวัดลพบุรี
ข่าวประชาสัมพันธ์ การสืบทอดนวดจับเส้นศาสตร์อาจารย์หวน สังข์พราหมณ์
การดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย article
"อังกาบ" ต้อยติ่ง ประโยชน์เลอค่าทั้งต้นใช้เป็นยาขับปัสสาวะ, เบาหวาน, ลดไข้, ยาแก้ปวด ลดการปวด - เสียว, ดับร้อนในกระหายน้ำและใช้ล้างพิษ รวมถึงช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยสดชื่นและฟื้นฟูสมรรถนะชายหญิง อย่ามองข้ามว่าเป็นเพียง แค่วัชพืช article
กิมิชาติ (จุลชีพ) เหล่าสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยในร่างกายมนุษย์ ยึดกายเป็นรังแห่งโรคร้ายแรงเรื้อรัง ต้นเหตุของการบันทอนความยืนยาว ของชีวิตมนุษย์
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตำราพระโอสถพระนารายณ์
การใช้สาหร่ายสไปรูลินา "สาหร่ายเกลียวทอง" "สาหร่ายเกลียวทองของแมกซ์ไลฟ์ " ในการฟื้นฟูสุขภาพ ต้านโรค article
ทงกัตอาลี ปลาไหลเผื่อกหรือไม้เท้าฤาษีของขวัญ จากสรวงสวรรค์เพื่อ เหล่าชายชาตรีและสตรีเพื่อชะลอชรา กระตุ้นความสดชื่นของบุรุษและสตรีเพศ
การใช้ไมโครเวฟอบแห้งและฆ๋าเซื้อโรคในดินและไข่พยาธิในงานสมุนไพรไทย น่าสนใจฆ่าเชื้อได้ดี article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

healthbe1st.com
Visitbhesaj , Bonmueng Road ,Thahin ,Aumphurmueng
Lopburi ,15000 ,Thailand
Tel. 08-1627-9986 , โทรสาร.03-668-1504
Email: annoppb@gmail.com
Website; http://www.healthbe1st.com